ข้อมูลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตำบลพรมสวรรค์ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตำบลพรมสวรรค์นี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2543 (ชุมชนและกลุ่มประชาชน ไทยตำบลดอทคอม. 2545 : เว็บไซต์) ที่จากเดิมเป็นการทำตามประเพณีที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษและทำกินในครอบครัว ต่อมาได้มีคนลองนำเอาข้าวโป่งที่ชาวบ้านทำไปขาย ปรากฏว่าขายได้และเป็นที่นิยม ชาวบ้านก็เลยเริ่มทำเป็นธุรกิจครอบครัวขนาดย่อม ที่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว ต่อมาเจ้าหน้าที่ในตำบลเห็นว่าเป็นเรื่องดีและสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและชุมชน จึงเสนอแนะให้มีการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขึ้น เพื่อที่จะได้มีงบประมาณมาสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เรื่อยมาจนได้รับคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของตำบลพรมสวรรค์ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เวลามีงานที่ทางอำเภอจัดขึ้น กลุ่มแม่บ้านก็ได้รับเชิญไปออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้า ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของกลุ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีส่วนร่วมในประเพณีบุญบั้งไฟของทางอำเภอ โดยการนำข้าวโป่งเข้าร่วมกับขบวนแห่ของอำเภอ ซึ่งเป็นการร่วมสืบสานประเพณีที่ดีงามของชาวอีสาน (สมใจ อนุมาตย์. 2555 : สัมภาษณ์)
กระบวนการผลิตข้าวโป่งเพื่อการค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตำบลพรมสวรรค์ อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็นธุรกิจชุมชน ซึ่งเป็นการนำแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจวัฒนธรรมมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นเพื่อผลิตข้าวโป่งเป็นเชิงพาณิชย์ โดยอาศัยปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นหลักนั่นก็คือ ข้าวเหนียว วิธีการผลิตใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อให้เกิดรายได้ตลอดปี ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เป็นการผลิตในช่วงบุญประเพณีเท่านั้น โดยได้รับการสนับสนุนในด้านการลงทุน การตลาดและการจัดการ จากนักพัฒนาชุมชนตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบลพรมสวรรค์ โดยสนับสนุนการพัฒนาฝีมือด้วยการศึกษาดูงานและฝึกอบรมด้านความรู้ประสบการณ์ กระบวนการผลิตลงทุนโดยกลุ่มแม่บ้านใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน ส่วนเครื่องมือและอุปกรณ์ได้พัฒนาจากเครื่องมือแบบเดิมคือ ครกกระเดื่อง ไปสู่ครกไฟฟ้า
กระบวนการผลิตนี้เป็นการผลิตและบริการที่เกื้อกูลกัน เป็นกระบวนการที่อาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เครือญาติ และสมาชิกกลุ่ม เนื่องจากต้องใช้แรงงานภายในครอบครัวเป็นหลัก ทั้งนี้ในการจัดตั้งกลุ่มก็เพื่อมุ่งหวังให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ให้ความรู้ ความเข้าใจ และเห็นประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในกลุ่มและให้ชาวบ้านมีความพร้อมที่จะพึ่งพาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชุมชนเกิดการรวมตัว ทำให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง และสร้างความสามัคคีในชุมชน นอกจากนี้ยังเกิดการเข้ามามีส่วนร่วมจากสถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรพัฒนาเอกชน (รณรงค์ รัตนรักษ์. 2547 : 26)
เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจนะคะ อิอิ
ตอบลบ